ฟ้าทะลายโจร กินอย่างไรให้ปลอดภัย
แชร์:
facebook_share
line_share
twitter_share messenger_share

ฟ้าทะลายโจร กินอย่างไรให้ปลอดภัย


สมุนไพรที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 คือ ฟ้าทะลายโจร นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้คนคิดว่าสมุนไพรนี้ป้องกันโควิด 19 ได้ แต่จะมีใครรู้บ้างว่า ฟ้าทะลายโจร กินอย่างไรให้ปลอดภัย

 

     กระแสข่าว ฟ้าทะลายโจร ต้านหวัด และยังป้องกันไวรัสโคโรน่าได้ ทำให้สมุนไพรอย่าง ฟ้าทะลายโจร ขายดิบขายดี ขาดตลาด ถึงขั้นมีการกักตุนสินค้าเพื่อจำหน่ายในราคาสูงอีกด้วย แต่ก่อนที่จะซื้อ ฟ้าทะลายโจร มากินตามกระแส เรามาดูกันว่า ฟ้าทะลายโจร กินอย่างให้ปลอดภัย ไม่เสี่ยงอันตรายต่อร่างกาย

1. ฟ้าทะลายโจร ช่วยป้องกัน-รักษาโควิด 19 จริงไหม ?

     จากการศึกษาของกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยว่า สารสกัดสารแอนโดรกราโฟไลด์ ( Andrographolide ) ใน ฟ้าทะลายโจร มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโควิด 19 และยับยั้งการแบ่งตัวของโคโรนาไวรัส 2019 ได้ แต่ไม่พบสรรพคุณในการป้องกันการติดเชื้อโควิด ดังนั้น จึงไม่แนะนำให้รับประทาน ฟ้าทะลายโจร ป้องกันโควิด แต่สามารถรับประทานหากเริ่มมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้ เจ็บคอ ไอ อ่อนเพลีย หรือปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

     โดยรับประทาน ฟ้าทะลายโจร ครั้งละ 4 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง หลังอาหาร และก่อนนอน ส่วนสารสกัด ฟ้าทะลายโจร ให้กินครั้งละ 1-2 แคปซูล เพื่อให้ได้รับสารสำคัญแอนโดรกราโฟไลด์ประมาณ 20 มิลลิกรัม/ครั้ง วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร การรับประทานยาทั้งสองแบบในขนาดที่แนะนำ จะให้สารแอนโดรกราโฟไลด์ประมาณ 60 มิลลิกรัม/วัน แต่หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน ให้รีบพบแพทย์ 

     อย่างไรก็ตามผลการศึกษาดังกล่าวยังเป็นเพียงการศึกษาเบื้องต้นในหลอดทดลองเท่านั้น จำเป็นต้องทำการศึกษาในคนต่อไป และย้ำอีกครั้งว่า ฟ้าทะลายโจร ไม่มีสรรพคุณในการป้องกันโควิด ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องกิน ฟ้าทะลายโจร ทุกวัน เพราะการกิน ฟ้าทะลายโจร ติดต่อกันนาน ๆ อาจมีผลข้างเคียงที่เป็นโทษต่อร่างกายได้

 

2. ฟ้าทะลายโจร ต้านหวัดได้จริงแค่ไหน ?

     ประเด็นนี้ไว้ใจได้เลยค่ะ เพราะ ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ ที่มีข้อบ่งชี้ในการบรรเทาอาการหวัด ( Common Cold ) เช่น ไข้ มีน้ำมูก และอาการเจ็บคอได้ ดังนั้น เมื่อมีอาการหวัดดังกล่าว สามารถกิน ฟ้าทะลายโจร แก้หวัดได้ตั้งแต่ที่เริ่มมีอาการ โดย ฟ้าทะลายโจร จะช่วยย่นระยะเวลาการป่วยให้น้อยลง จากที่จะมีอาการหวัด 3-4 วัน ก็อาจเหลือเพียง 1-2 วัน

 

3. ไม่ป่วยกินได้หรือไม่ ?

     แม้ ฟ้าทะลายโจร จะเป็นสมุนไพร แต่การกิน ฟ้าทะลายโจร โดยไม่จำเป็นก็ไม่ควรทำ เพราะอาจเป็นภาระให้ตับกับไตเปล่า ๆ เว้นแต่ว่า เป็นคนในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กอายุ 4 ขวบขึ้นไปที่มีภาวะภูมิแพ้ ผู้สูงอายุที่ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และผู้ที่ทำงานในสถานที่ที่มีคนแออัด เช่น ขับรถโดยสาร ทำงานในโรงพยาบาล ทางอภัยภูเบศรก็แนะนำว่า สามารถกิน ฟ้าทะลายโจร ขนาดต่ำ วันละ 1 เม็ด วันเว้นวัน นาน 3 เดือน ในช่วงที่มีการระบาดได้ เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง

 

4. ฟ้าทะลายโจร สรรพคุณมีอะไรบ้าง ?

     นอกจากรักษาหวัดแล้ว ฟ้าทะลายโจร ยังมีสรรพคุณต้านไวรัส โดยเฉพาะไวรัสชนิดที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ช่วยระงับอาการอักเสบในร่างกาย และแก้การติดเชื้อ เช่น ท้องเสีย โรคกระเพาะ หรือลำไส้อักเสบ รวมทั้งเสริมภูมิต้านทานโรคได้

 

5. คนท้องกิน ฟ้าทะลายโจร ได้ไหม ?

     แม่ท้อง และหญิงให้นมบุตรไม่ควรกิน ฟ้าทะลายโจร เพราะอาจเกิดผลกระทบต่อเด็กในครรภ์ได้ โดยทำให้เสี่ยงต่อภาวะพิการ นอกจากนี้สมุนไพรใด ๆ ก็ตาม จัดเป็นยาชนิดหนึ่งเหมือนกัน ดังนั้น ก่อนรับประทานอาหารเสริม ยา หรือสมุนไพรตัวไหน ก็ควรปรึกษาแพทย์ และเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์

 

6. ป่วยโรคไหนต้องระวังการใช้ ฟ้าทะลายโจร ?

     นอกจากหญิงตั้งครรภ์แล้ว ผู้ป่วยที่ควรระวังการใช้ ฟ้าทะลายโจร เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ มีดังนี้

          – ผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บคอเนื่องจากติดเชื้อ Streptococcus group A

          – ผู้ป่วยที่มีประวัติเป็นโรคไตอักเสบ เนื่องจากเคยติดเชื้อ Streptococcus group A

          – ผู้ป่วยที่มีประวัติเป็นโรคหัวใจรูมาติก

          –  ผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บคอ เนื่องจากมีการติดเชื้อแบคทีเรีย และมีอาการรุนแรง เช่น มีตุ่มหนองในคอ มีไข้สูง หนาวสั่น

          – ผู้ที่เป็นความดันต่ำ หรือรับประทานยาลดความดันโลหิต เนื่องจาก ฟ้าทะลายโจร มีฤทธิ์ลดความดันเลือดได้

          – ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด เช่น วาร์ฟาริน

          – ผู้ที่มีการทำงานของตับ และไตผิดปกติ

 

7. วิธีรับประทาน ฟ้าทะลายโจร ที่ถูกต้อง

     กรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก แนะนำให้ผู้ที่เริ่มมีอาการไอ เจ็บคอ เป็นหวัด หรือมีน้ำมูกใส รับประทาน ฟ้าทะลายโจร ทันที จะเห็นผลดีกว่ามารับประทานเมื่อป่วยหลายวันแล้ว โดยมีขนาดรับประทาน ดังนี้

          – แคปซูลผงยา ขนาด 500 มิลลิกรัม รับประทานครั้งละ 3 แคปซูล ( หรือตามปริมาณของขนาดแคปซูลที่ใช้บรรจุ เพื่อให้ได้รับปริมาณยาครั้งละ 1,500 มิลลิกรัม ) วันละ 4 ครั้ง หลังอาหาร และก่อนนอน รวม 6,000 มิลลิกรัมต่อวัน

          – แคปซูลสารสกัด ฟ้าทะลายโจร ( ที่มีแอนโดรกราโฟไลด์ 9-10 มิลลิกรัม หรือ 20 มิลลิกรัมต่อแคปซูล ) รับประทานครั้งละ 1 หรือ 2 แคปซูล ( เพื่อให้ได้รับแอนโดรกราโฟไลด์ 18-20 มิลลิกรัมต่อครั้ง ) วันละ 3 ครั้ง

 

8. กินติดต่อกันได้นานขนาดไหน ?

     แนะนำให้กิน ฟ้าทะลายโจร แก้หวัดติดต่อกันได้ 3 วัน แต่หากอาการไม่ดีขึ้นเลย ควรหยุดกิน ฟ้าทะลายโจร และพบแพทย์ เพราะอาจเป็นอาการหวัดที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ไม่ใช่เชื้อไวรัส ซึ่งต้องใช้ยาคนละตัวในการรักษา  

 

9. ผลข้างเคียงจาก ฟ้าทะลายโจร ที่อาจเกิดขึ้นได้

     ฟ้าทะลายโจร อาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องเดิน ปวดเอว วิงเวียนศีรษะ หรือใจสั่น ในผู้ป่วยบางราย หรือสำหรับคนที่รับประทานติดต่อกันนานเกินไป อาจมีอาการแขน-ขาชา  อ่อนแรง หรือรู้สึกหนาวเย็นภายในได้ เพราะ ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรรสขมจัด มีฤทธิ์เย็น

 

10. เมื่อใดควรหยุดกิน ฟ้าทะลายโจร

     หากกิน ฟ้าทะลายโจร แล้วพบว่ามีอาการคัน มีผื่นขึ้นตามตัว เป็นลมพิษ หน้าบวม ริมฝีปากบวม หรือมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน รวมไปถึงเกิดอาการข้างเคียงดังข้อที่ 9 ให้หยุดใช้ ฟ้าทะลายโจร ทันที

 

     สุดท้ายนี้ สมุนไพรทุกชนิดมีข้อดี ก็ย่อมมีข้อที่ควรระวัง ที่สำคัญถึงจะเป็นสมุนไพรแต่ก็อาจไม่ดีกับทุกคนก็ได้  ดังนั้นไม่ว่าจะใช้สมุนไพร อาหารเสริม หรือยา ก็ควรต้องปรึกษาแพทย์ และเภสัชกรก่อน เพื่อให้เราได้รับประโยชน์จากสิ่งนั้น ๆ ที่สำคัญยังเป็นการป้องกันความเสี่ยงต่อสุขภาพที่เราอาจคาดไม่ถึงด้วย

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

8 สมุนไพร ยาสามัญประจำบ้าน

ฟ้าทะลายโจร กับไข้หวัด


บทความที่น่าสนใจ