ข้อแตกต่างของ ฟ้าทะลายโจร ชนิดผง และสารสกัด
แชร์:
facebook_share
line_share
twitter_share messenger_share

ข้อแตกต่างของ ฟ้าทะลายโจร ชนิดผง และสารสกัด


ฟ้าทะลายโจร มีหลากหลายรูปแบบให้เลือกทาน และแต่ละแบบก็ใช้ในปริมาณที่ต่างกัน เพราะฉะนั้น เราจึงนำข้อแตกต่างของ ฟ้าทะลายโจร ชนิดผง และสารสกัด มาเปรียบเทียบให้ทุกคนได้เห็นในบทความนี้ค่ะ

 

     ฟ้าทะลายโจร ในตลาดที่อาจทำให้เกิดการสับสน และนำไปใช้ และเกิดผลข้างเคียงได้ เพราะใช้ในปริมาณที่ไม่เหมาะสม มีด้วยกัน 2 รูปแบบ ได้แก่

1. ยาจากผง ฟ้าทะลายโจร

  • เป็นสมุนไพรที่ถูกนำมาตากแห้ง และบดเป็นผง
  • นำผงจากใบแห้งมาบรรจุแคปซูล
  • มีองค์ประกอบของสารหลายตัว รวมถึงไฟเบอร์จากใบ และสาระสำคัญที่ออกฤทธิ์อย่างแอนโดรกราโฟไลด์ แต่ไม่เข้มข้น
  • แอนโดรกราโฟไลด์ อยู่ในมาตรฐานที่อย. กำหนด คือ ไม่ต่ำกว่า 1%
  • หากข้างขวดระบุว่า แคปซูลมี ฟ้าทะลายโจร 400 มก. แปลว่า มีแอนโดรกราโฟไลด์ 4 มก.
  • การใช้รักษาหวัด จะต้องใช้ยาที่มีแอนโดรกราโฟไลด์ 60 มก.ต่อวัน

ดังนั้น ในรูปแบบแคปซูล ขนาด 350 -400 มก. ต่อแคปซูล ต้องรับประทานครั้งละ 4 แคปซูลหรือเม็ด วันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหาร และก่อนนอน จะได้ปริมาณยาประมาณ 6,000 มก. หรือเท่ากับแอนโดรกราโฟไลด์ 60 มก. และกินไม่เกิน 3-5 วัน

 

2. ยาจากสารสกัด ฟ้าทะลายโจร

  • ในกรณีนี้ไม่มีใบติดมา เป็นสารสกัดล้วน ๆ
  • ออกมาเป็นสารออกฤทธิ์สำคัญ แอนโดรกราโฟไลด์
  • หากข้างกระป๋องเขียนว่า รูปแบบแคปซูล หรือยาเม็ด ขนาด 9-10 มก. ต่อแคปซูล หรือเม็ด แสดงว่ามีแอนโดรกราโฟไลด์ 10 มก.
  • หากต้องการกินวันละ 60 มก. กินครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง

          สรรพคุณของ ฟ้าทะลายโจร

     สรรพคุณ ฟ้าทะลายโจร ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย

ต่อต้านสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย รวมไปถึงช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวให้จับกินเชื้อโรคได้ดี

ยิ่งขึ้นอีกด้วย

  • ฟ้าทะลายโจร มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
  • ฟ้าทะลายโจร ใบใช้เป็นยาขมช่วยทําให้เจริญอาหาร
  • ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ด้วยการใช้ต้น ฟ้าทะลายโจร กระชาย และว่านเอ็นเหลือง นํามาทําเป็นยา

เม็ดลูกรับประทาน

  • ช่วยป้องกัน และแก้อาการหวัด คัดจมูก ด้วยการใช้ใบ และกิ่งประมาณ 1 กํามือ (สดใช้ 25 กรัม แต่

ถ้าแห้งใช้ 3 กรัม) นํามาต้มกับน้ำดื่ม รับประทานก่อนอาหารวันละ 2 ครั้ง เช้า และเย็น หรือในขณะที่มีอาการ ( กิ่ง, ใบ )

  • ช่วยแก้อาการปวดหัวตัวร้อน อาการปวดหัวแบบไม่มีสาเหตุด้วยการใช้ใบ และกิ่งประมาณ 1 กํา

มือ ( สดใช้ 25 กรัม แต่ถ้าแห้งใช้ 3 กรัม ) นํามาต้มกับน้ำดื่มก่อนอาหารวันละ 2 ครั้ง เช้า และเย็น

หรือในขณะที่มีอาการ ( กิ่ง, ใบ )

  • ช่วยรักษาไข้ไทฟอยด์ด้วยการรับประทาน ฟ้าทะลายโจร ก่อนอาหารครั้งละ 2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 3 สัปดาห์หลังจากนั้นให้กินยาบํารุงเพื่อฟื้นฟูกําลังของผู้ป่วยร่วมด้วย
  • ช่วยแก้อาการไอ ลดน้ำมูก และช่วยฆ่าเชื้อที่จมูก ด้วยการใช้ใบนํามาทําเป็นยาผงแล้วนํามาใช้สูด

ดม

  • ช่วยลด และขับเสมหะ ด้วยการใช้ใบนํามาทําเป็นยาผงแล้วนำมาใช้สูดดม
  • ช่วยระงับอาการอักเสบ แก้อาการเจ็บคอ คออักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ หลอดลมอักเสบ ด้วย

การใช้ใบนํามาทําเป็นยาผงแล้วนํามาใช้สูดดม

  • ช่วยแก้อาการติดเชื้อ ระงับการเจริญเติบโตของเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุที่ทําให้เกิดอาการปวดท้อง

ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน เป็นบิด ด้วยการใช้ทั้งต้น ( ส่วนทั้ง 5 ของ ฟ้าทะลายโจร ) นํามาผึ่งลมให้

แห้งแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ประมาณ 1 กํามือ ( น้ำหนักประมาณ 3-9 กรัม ) แล้วนํามาต้มกับน้ำดื่ม

ตลอดวัน ( ทั้งต้น )

 

          ฟ้าทะลายโจร ใช้อย่างไรจึงจะปลอดภัย ?

  • ไม่ควรกินยา ฟ้าทะลายโจร เพื่อป้องกันโควิด-19 โดยที่ยังไม่มีอาการ
  • เมื่อมีอาการคล้ายหวัด เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหัว ควรกินยา ฟ้าทะลายโจร ทันที พร้อมแยกตัวเองออกมาจากคนอื่น ๆ ที่อาศัยร่วมกันในบ้าน และป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปสู่คนอื่น
  • ฟ้าทะลายโจร อาจใช้ร่วมกับยาพาราเซตามอลได้
  • หากกินยา ฟ้าทะลายโจร แล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน ควรรีบไปพบแพทย์
  • ฟ้าทะลายโจร แบบแคปซูลยาผง กินครั้งละ 4 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง หลังอาหาร และก่อนนอน ( แนะนำให้เช็คปริมาณยาต่อแคปซูลอีกครั้ง และกินครั้งละประมาณ 1,500 มิลลิกรัม )
  • แคปซูลสารสกัด ฟ้าทะลายโจร ให้กิน ครั้งละ 1 หรือ 2 แคปซูล เพื่อให้ได้รับสารสำคัญแอนโดรกราโฟไลด์ประมาณ 18-20 มิลลิกรัม/ครั้ง กินวันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร
  • ห้ามใช้ยา ฟ้าทะลายโจร ในหญิงตั้งครรภ์ และให้นมบุตร รวมทั้งผู้ป่วยที่มีอาการไข้เจ็บคอเนื่องจากการติดเชื้อแบคทีเรีย มีตุ่มหนองในคอ มีไข้สูง หนาวสั่น
  • หากมีอาการแพ้ ฟ้าทะลายโจร เช่น เกิดผื่น ลมพิษ หน้าบวม ริมฝีปากบวม หายใจลำบาก ให้หยุดใช้ยาทันที และไม่ใช้อีก
  • ควรระวังในผู้ที่ใช้ยาวาร์ฟาริน แอสไพริน โคลพิโดเกรล ยาลดความดันโลหิต เพราะอาจมีฤทธิ์เสริมกันได้
  • ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรรสขมจัด มีฤทธิ์เย็น ไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้แขนขาชา หรืออ่อนแรง ร่างกายรู้สึกหนาวเย็นภายในเนื่องจากการเสียสมดุลธาตุ

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ปลูก ดูแล ฟ้าทะลายโจร ไม่ใช่เรื่องยาก

ฟ้าทะลายโจร กับไข้หวัด


บทความที่น่าสนใจ